Wednesday, March 5, 2008
ทดลองสาเหตุของรถติด "Backward travelling wave"
จากข่าวเก่าที่นักคณิตศาสตร์ได้นำเสนอแบบจำลองที่อธิบายสาเหตุของรถติด (อ่านข่าวเก่า คลิก) ที่เรียกว่า Backward travelling wave โดยหลักการคือ ทุกครั้งที่คุณหรือใครก็ตามเหยียบเบรก หรือชะลอความเร็ว จะส่งผลให้รถคันหลังคุณเบรกหรือชะลอความเร็วไปด้วย และผลดังกล่าวก็จะส่งต่อเป็นทอดๆไปจนถึงรถคันที่อยู่หลังคุณหลายกิโลเมตร
นักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นได้ทดสอบแนวคิดดังกล่าวและแสดงให้เห็นว่าเกิดขึ้นจริง โดยในการทดลองนี้ใช้รถ 22 คัน ให้คนขับวิ่งเป็นวงกลม โดยให้คนขับแต่ละคนพยายามบังคับรถที่ความเร็วคงที่ ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การทดลองแสดงให้เห็นว่า เมื่อคนขับคนใดคนหนึ่งเริ่มขับด้วยความเร็วที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยจาก 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะส่งผลกระทบต่อรถคันหลังๆ และก่อให้เกิดรถติดขึ้นมาในที่สุด
Tuesday, March 4, 2008
ปัญหาทางคณิตศาสตร์อายุ 140 ปี ถูกแก้แล้ว
Schwarz-Christoffel formula เป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ในสาขา complex analysis ที่ใช้ในการแปลงรูปทรงเรขาคณิตให้อยู่ในรูปของวงกลมเืพื่อความง่ายในการศึกษา ทฤษฎีนี้ถูกประยุกต์ใช้งานในหลายสาขา ยกตัวอย่างเช่น การสร้างภาพจำลองของสมองที่มีความซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ทฤษฎีดังกล่าวยังมีข้อจำกัด เนื่องจากไม่สามารถใช้กับรูปทรงที่มีรู หรือรูปทรงที่ซับซ้อนมากได้
ล่าสุดนักคณิตศาสตร์จาก Imperial College London ได้แก้ปัญหาที่ไม่มีใครแก้ได้มา 140 ปีนี้จนสำเร็จแล้ว โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีที่เรียกว่า Schottky Groups เพิ่มเข้าไปยังสูตรดั้งเดิมของ Schwarz-Christoffle formula จนได้สูตรใหม่ที่สามารถประยุกต์ใช้กับรูปทรงใดๆ ก็ได้
โปรเฟสเซอร์ Darren Crowdy เจ้าของผลงาน กล่าวว่าเขาได้ฟังปัญหานี้ขณะฟังการบรรยายอยู่ในปารีส แล้วก็เกิดอาการปิ๊งแว่บถึงวิธีการแก้ปัญหาขึ้นมาทันที เขาจึงลุกออกจากห้อง และเริ่มลงมือแก้ปัญหาดังกล่าว จนประสบความสำเร็จในที่สุด
ที่มา
Timesonline
EurekAlerts
ล่าสุดนักคณิตศาสตร์จาก Imperial College London ได้แก้ปัญหาที่ไม่มีใครแก้ได้มา 140 ปีนี้จนสำเร็จแล้ว โดยการประยุกต์ใช้ทฤษฎีที่เรียกว่า Schottky Groups เพิ่มเข้าไปยังสูตรดั้งเดิมของ Schwarz-Christoffle formula จนได้สูตรใหม่ที่สามารถประยุกต์ใช้กับรูปทรงใดๆ ก็ได้
โปรเฟสเซอร์ Darren Crowdy เจ้าของผลงาน กล่าวว่าเขาได้ฟังปัญหานี้ขณะฟังการบรรยายอยู่ในปารีส แล้วก็เกิดอาการปิ๊งแว่บถึงวิธีการแก้ปัญหาขึ้นมาทันที เขาจึงลุกออกจากห้อง และเริ่มลงมือแก้ปัญหาดังกล่าว จนประสบความสำเร็จในที่สุด
ที่มา
Timesonline
EurekAlerts
Saturday, March 1, 2008
ชิ้นส่วนสุดท้ายของ Atlas Experiment ถูกประกอบแล้ว
จากข่าวเก่าที่นำเสนอการทดลองระดับโลกที่จะไขความลับของจักรวาล Atlas Experiment (อ่านข่าวเก่า คลิก) โครงการดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 กุมภาพันธ์ เวลาของสวิตเซอร์แลนด์) ทีมนักวิจัยได้ประกอบชิ้นส่วนสุดท้ายในส่วนของเครื่องตรวจจับอนุภาค ซึ่งทำให้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเครื่องนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยนักวิจัยจะเริ่มทดสอบระบบในเร็วๆนี้ ก่อนที่จะเริ่มทำการทดลองจริงประมาณกลางปีนี้ ซึ่งทางเราจะนำความคืบหน้ามานำเสนอต่อไป
ที่มา/ภาพ Atlas Experiment
TRIM22 ยีนต่อสู้ไวรัส HIV
Stephen Barr นักวิจัยจาก University of Alberta ค้นพบยีนที่ถูกเรียกว่า TRIM22 ซึ่งเป็นยีนปกติที่พบในมนุษย์ มีความสามารถในการป้องกันการพัฒนาของไวรัสเอดส์ในเซลล์เพาะเลี้ยง
ซึ่งหมายถึงว่า ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายไปยังเซลล์อื่นๆ ได้ การค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เนื่องจากแสดงให้เห็นว่า เซลล์มนุษย์มียีนธรรมชาติที่สามารถป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสได้ การค้นพบนี้เมื่อรวมเข้ากับการใช้วัคซีนอาจจะสามารถใช้รักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ได้
ที่มา Physorg.com
ซึ่งหมายถึงว่า ไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายไปยังเซลล์อื่นๆ ได้ การค้นพบครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เนื่องจากแสดงให้เห็นว่า เซลล์มนุษย์มียีนธรรมชาติที่สามารถป้องกันการแพร่กระจายของไวรัสได้ การค้นพบนี้เมื่อรวมเข้ากับการใช้วัคซีนอาจจะสามารถใช้รักษาผู้ป่วยโรคเอดส์ได้
ที่มา Physorg.com
สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม รับนักศึกษาประจำปี 2551
สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (ฟีโบ้) มหาวิทยาัลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี
เปิดรับสมัครนักศึกษาใน
1. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการหุ่นยนต์เเละระบบอัตโนมัติ(FRA)
2. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาความสามารถทางการเเข่งขันเชิงอุตสาหกรรม(GDIC)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
เปิดรับสมัครนักศึกษาใน
1. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาการหุ่นยนต์เเละระบบอัตโนมัติ(FRA)
2. หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการพัฒนาความสามารถทางการเเข่งขันเชิงอุตสาหกรรม(GDIC)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกที่นี่
Saturday, February 23, 2008
ถอดรหัสจักรวาลด้วย ATLAS Experiment
ATLAS Experiment คือการทดลองทางด้าน ฟิสิกส์อนุภาค (Particle Physics) ด้วยเครื่องเร่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่นักฟิสิกส์เคยสร้างขึ้นมา เพื่อศึกษาอนุภาคพื้นฐานที่ประกอบขึ้นเป็นจักรวาลและรวมถึงตัวเรา เครื่องเร่งอนุภาคดังกล่าวเมื่อสร้างเสร็จ จะประกอบด้วยอุโมงค์ที่ใช้เร่งอนุภาคที่มีความยาวถึง 27 กิโลเมตร (วางตัวเป็นวงกลมกินพื้นที่ทั้งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส-ดูภาพด้านบน) มีนักฟิสิกส์มากถึง 2,100 คนที่ทำงานอยู่ในโปรเจคนี้
หากเราย้อนกลับไปทบทวนความรู้สมัยม.ปลาย เราจะอาจเคยเข้าใจว่าอนุภาคพื้นฐานที่ประกอบขึ้นเป็นสสารต่างๆ คือ โปรตรอน นิวตรอน และอิเลกตรอน อย่างไรก็ตาม เมื่อความรู้ทางฟิสิกส์ก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ นักฟิสิกส์พบว่ายังมีอนุภาคพื้นฐานที่ย่อยลงไปอีกหลายชนิด อนุภาคเหล่านี้บางตัวค้นพบหลังจากมีการทำนายถึงการมีอยู่เป็นเวลาหลายสิบปี บางตัวยังไม่สามารถค้นพบได้ด้วยเครื่องมือปัจจุบัน Atlas Experiment จึงเกิดขึ้นเพื่อค้นหาและศึกษาอนุภาคเหล่านี้ ซึ่งอาจจะทำให้เราเข้าใจโครงสร้างของจักรวาลได้ดียิ่งขึ้น
หลักการของเครื่องเร่งอนุภาคคือ อนุภาคจะถูกปล่อยออกจากต้นกำเนิดให้วิ่งออกไปตามท่อในอุโมงค์ทั้งสองด้านของเส้นรอบวงวงกลม อนุภาคจะถูกเร่งจนถึงความเร็วเกือบเท่าแสง ก่อนไปชนกันที่เครื่องตรวจวัด ขณะที่อนุภาคชนกัน พลังงานของอนุภาคจะถูกเปลี่ยนเป็นมวล ซึ่งก่อให้เกิดอนุภาคอื่นๆ อนุภาคเหล่านี้อาจจะไม่เสถียรและเปลี่ยนไปเป็นอนุภาคอื่นภายในเสี้ยวของเสี้ยวของเสี้ยววินาที แต่นั่นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของมัน รวมทั้งเพียงพอที่นักฟิสิกส์จะศึกษาคุณสมบัติของมัน
การทดลองนี้จะเริ่มต้นในกลางปีนี้ (2551) exscinet จะนำความคืบหน้ามาเสนอในโอกาสต่อไป
ที่มา ATLAS.ch
Friday, February 22, 2008
รู้หรือไม่: จีโนมมนุษย์
1) จีโนมคือชุดรหัสที่ใช้สำหรับสร้างมนุษย์ทั้งคนขึ้นมา
2) ชุดรหัสดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยพื้นฐาน ซึ่งก็คือ นิวคลีโอไทด์ 4 ชนิด แทนด้วยตัวอักษร A T C และ G
3) ลำดับการเรียงของตัวอักษร 4 ตัวนี้ (เช่น ATCCTGGC...) จะเป็นตัวกำหนดการสร้างโปรตีน การเรียงของรหัสที่ต่างกัน
สร้างโปรตีนต่างชนิดกัน
4) จีโนมมนุษย์ประกอบด้วยรหัส 3 พันล้้านตัวอักษร (3,000,000,000)
5) หากนำเอารหัสทั้งชุดของจีโนมมนุษย์มาเขียนลงสมุดโทรศัพท์ความหนา 500 หน้า จะต้องใช้สมุดโทรศัพท์ทั้งหมด 200 เล่ม
6) ความแตกต่างของมนุษย์แต่ละคน (สีผิว ความสูง หน้าตา) เกิดจากความแตกต่างของรหัสในจีโนมเพียงแค่ 0.2% เท่านั้น อีก
99.8% ของจีโนมจะเหมือนกันหมดในมนุษย์ทุกคน
7) 98% ของจีโนมมนุษย์ เหมือนกับ จีโนมของลิงชิมแปนซี (เพียงแค่ 2% ที่กำหนดว่าเราเป็นคนหรือลิง!!!)
8) 97% ของจีโนมมนุษย์ ที่เรายังไม่รู้หน้าที่ของมัน
2) ชุดรหัสดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยพื้นฐาน ซึ่งก็คือ นิวคลีโอไทด์ 4 ชนิด แทนด้วยตัวอักษร A T C และ G
3) ลำดับการเรียงของตัวอักษร 4 ตัวนี้ (เช่น ATCCTGGC...) จะเป็นตัวกำหนดการสร้างโปรตีน การเรียงของรหัสที่ต่างกัน
สร้างโปรตีนต่างชนิดกัน
4) จีโนมมนุษย์ประกอบด้วยรหัส 3 พันล้้านตัวอักษร (3,000,000,000)
5) หากนำเอารหัสทั้งชุดของจีโนมมนุษย์มาเขียนลงสมุดโทรศัพท์ความหนา 500 หน้า จะต้องใช้สมุดโทรศัพท์ทั้งหมด 200 เล่ม
6) ความแตกต่างของมนุษย์แต่ละคน (สีผิว ความสูง หน้าตา) เกิดจากความแตกต่างของรหัสในจีโนมเพียงแค่ 0.2% เท่านั้น อีก
99.8% ของจีโนมจะเหมือนกันหมดในมนุษย์ทุกคน
7) 98% ของจีโนมมนุษย์ เหมือนกับ จีโนมของลิงชิมแปนซี (เพียงแค่ 2% ที่กำหนดว่าเราเป็นคนหรือลิง!!!)
8) 97% ของจีโนมมนุษย์ ที่เรายังไม่รู้หน้าที่ของมัน
Subscribe to:
Posts (Atom)