Showing posts with label ฟิสิกส์และจักรวาล. Show all posts
Showing posts with label ฟิสิกส์และจักรวาล. Show all posts

Sunday, September 7, 2008

ทีมวิจัยของ CERN เตรียมยิงอนุภาคพุธนี้

หลังจากสร้างและเตรียมการทดลองสำหรับเครื่องยิงอนุภาคที่มีพลังงานสูงสุดมานาน (อ่านข่าวเก่า คลิกที่นี่ และ ที่นี่) นักวิจัยแห่ง CERN (European Organization for Nuclear Research) ประกาศเตรียมยิงอนุภาคครั้งแรกวันพุธที่ 10 กันยายนนี้ ท่ามกลางความหวาดกลัวของบางฝ่ายว่า การปะทะกันของอนุภาคที่ถูกเร่งจนมีพลังงานสูงเช่นนี้ จะทำให้เกิดหลุมดำที่กลืนโลกทั้งใบเข้าไป ถึงขั้นที่มีคนส่งจดหมายข่มขู่เอาชีวิตนักวิจัยของ CERN ให้หยุดการทดลอง อย่างไรก็ตามทาง CERN ได้มีการตีพิมพ์เอกสารให้ข้อมูลยืนยันถึงความปลอดภัยของการทดลองว่า ไม่มีอันตรายแน่นอน
รอดูผลกันเองแล้วกันครับ พุธนี้ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

ที่มา
CERN

Monday, April 14, 2008

อาลัยอีกหนึ่งสุดยอดนักฟิสิกส์ John Archibald Wheeler

John Archibald Wheeler อดีตนักฟิสิกส์ทฤษฎีแห่งมหาวิทยาลัย Princeton ผู้ซึ่งเคยร่วมงานกับ ไอสไตน์ เพื่อพัฒนา unified field theory และเคยร่วมงานกับ นีล บอร์ เพื่อพัฒนาฟิสิกส์สาขา nuclear fission เป็นตัวหลักสำคัญในโครงการ Manhattan (atomic bomb) และ โครงการ Matterhorn (Hydrogen bomb) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นผู้พัฒนา S-matrix ซึ่งถูกใช้ในการศึกษาฟิสิกส์อนุภาค นอกจากนี้ยังเป็นผู้คิดคำศัพท์ Wormhole (รูหนอน) และ Black hole (หลุมดำ) อีกทั้งยังเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของนักศึกษาซึ่งต่อมากลายเป็นนักฟิสิกส์ชื่อดังอีกหลายคน อาทิ นักฟิสิกส์รางวัลโนเบลอย่าง Richard Feynman

John Archibald Wheeler เสียชีวิตเมื่อเช้าวันที่ผ่านมา (13 เมษายน 2551) ขณะมีอายุได้ 96 ปี

ภาพจาก The new york times

Saturday, April 12, 2008

ภาพจากแลป: ดาว firefox??

ภาพถ่ายดาว V838 Monocerotis (ซ้าย) ถ่ายโดยกล้องฮับเบิ้ล
มีความคล้ายคลึงกับสัญลักษณ์ของ firefox (ขวา) อย่างบังเอิญ
ดาว V838 Monocerotis เป็นดาวที่อยู่ขอบๆ กาแลกซี่ทางช้างเผือกของเรา
ภาพจาก http://presurfer.blogspot.com/

Friday, March 7, 2008

ภาพจากแลป: โลกและดวงจันทร์ ถ่ายจากดาวอังคาร

โลกและดวงจันทร์ ภาพถ่ายจาก HiRISE camera บนดาวเทียวที่โคจรรอบดาวอังคาร
ภาพจาก NASA

Saturday, March 1, 2008

ชิ้นส่วนสุดท้ายของ Atlas Experiment ถูกประกอบแล้ว


จากข่าวเก่าที่นำเสนอการทดลองระดับโลกที่จะไขความลับของจักรวาล Atlas Experiment (อ่านข่าวเก่า คลิก) โครงการดังกล่าวมีความเคลื่อนไหวเพิ่มเติม เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (29 กุมภาพันธ์ เวลาของสวิตเซอร์แลนด์) ทีมนักวิจัยได้ประกอบชิ้นส่วนสุดท้ายในส่วนของเครื่องตรวจจับอนุภาค ซึ่งทำให้เครื่องเร่งอนุภาคขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเครื่องนี้เสร็จสมบูรณ์แล้ว โดยนักวิจัยจะเริ่มทดสอบระบบในเร็วๆนี้ ก่อนที่จะเริ่มทำการทดลองจริงประมาณกลางปีนี้ ซึ่งทางเราจะนำความคืบหน้ามานำเสนอต่อไป

ที่มา/ภาพ Atlas Experiment

Saturday, February 23, 2008

ถอดรหัสจักรวาลด้วย ATLAS Experiment



ATLAS Experiment คือการทดลองทางด้าน ฟิสิกส์อนุภาค (Particle Physics) ด้วยเครื่องเร่งอนุภาคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่นักฟิสิกส์เคยสร้างขึ้นมา เพื่อศึกษาอนุภาคพื้นฐานที่ประกอบขึ้นเป็นจักรวาลและรวมถึงตัวเรา เครื่องเร่งอนุภาคดังกล่าวเมื่อสร้างเสร็จ จะประกอบด้วยอุโมงค์ที่ใช้เร่งอนุภาคที่มีความยาวถึง 27 กิโลเมตร (วางตัวเป็นวงกลมกินพื้นที่ทั้งในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และฝรั่งเศส-ดูภาพด้านบน) มีนักฟิสิกส์มากถึง 2,100 คนที่ทำงานอยู่ในโปรเจคนี้

หากเราย้อนกลับไปทบทวนความรู้สมัยม.ปลาย เราจะอาจเคยเข้าใจว่าอนุภาคพื้นฐานที่ประกอบขึ้นเป็นสสารต่างๆ คือ โปรตรอน นิวตรอน และอิเลกตรอน อย่างไรก็ตาม เมื่อความรู้ทางฟิสิกส์ก้าวหน้าขึ้นไปเรื่อยๆ นักฟิสิกส์พบว่ายังมีอนุภาคพื้นฐานที่ย่อยลงไปอีกหลายชนิด อนุภาคเหล่านี้บางตัวค้นพบหลังจากมีการทำนายถึงการมีอยู่เป็นเวลาหลายสิบปี บางตัวยังไม่สามารถค้นพบได้ด้วยเครื่องมือปัจจุบัน Atlas Experiment จึงเกิดขึ้นเพื่อค้นหาและศึกษาอนุภาคเหล่านี้ ซึ่งอาจจะทำให้เราเข้าใจโครงสร้างของจักรวาลได้ดียิ่งขึ้น

หลักการของเครื่องเร่งอนุภาคคือ อนุภาคจะถูกปล่อยออกจากต้นกำเนิดให้วิ่งออกไปตามท่อในอุโมงค์ทั้งสองด้านของเส้นรอบวงวงกลม อนุภาคจะถูกเร่งจนถึงความเร็วเกือบเท่าแสง ก่อนไปชนกันที่เครื่องตรวจวัด ขณะที่อนุภาคชนกัน พลังงานของอนุภาคจะถูกเปลี่ยนเป็นมวล ซึ่งก่อให้เกิดอนุภาคอื่นๆ อนุภาคเหล่านี้อาจจะไม่เสถียรและเปลี่ยนไปเป็นอนุภาคอื่นภายในเสี้ยวของเสี้ยวของเสี้ยววินาที แต่นั่นก็เพียงพอที่จะพิสูจน์ถึงการมีอยู่ของมัน รวมทั้งเพียงพอที่นักฟิสิกส์จะศึกษาคุณสมบัติของมัน

การทดลองนี้จะเริ่มต้นในกลางปีนี้ (2551) exscinet จะนำความคืบหน้ามาเสนอในโอกาสต่อไป

ที่มา ATLAS.ch

Friday, December 21, 2007

ข้อความที่เราส่งไปหามนุษย์ต่างดาวมันน่าเบื่อเกินไป


YVAN DUTIL และ STEPHANE DUMAS สองนักดาราศาสตร์ชาวแคนนาดา ออกมาแนะนำว่า ข้อความที่นักวิทยาศาสตร์ส่งออกไปในจักรวาลด้วยคลื่นวิทยุ เพื่อพยายามสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาว นั้นอาจจะน่าเบื่อเกินกว่าที่มนุษย์ต่างดาวจะตอบกลับ ข้อความที่มนุษย์ส่งออกไปมักจะพยายามแสดงถึงสติปัญญาของพวกเรา เช่น ปัญหาทางคณิตศาสตร์ที่ใส่โค้ดไว้ หรือความรู้ด้านวิทยาศาสตร์อื่นๆ รวมไปถึงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ข้อความเหล่านี้สองนักดาราศาสตร์ประจำโครงการตามหามนุษย์ต่างดาวหรือ SETI (Search for Extra-Terrestrial Intelligence) มองว่าอาจจะเป็นแค่สแปมสำหรับมนุษย์ต่างดาวที่มีสติปัญญาสูงกว่ามนุษย์ โดยทั้งสองยังแนะนำต่อไปว่า ข้อความที่น่าจะเป็นที่สนใจสำหรับเอเลี่ยนน่าจะเป็นเรื่องปัญหาทางสังคม การเมือง หรือเศรษฐกิจของชาวโลกมากกว่า

ที่มา GIZMODO

Thursday, November 29, 2007

หลักฐานที่อาจสนับสนุนทฤษฎีเอกภพคู่ขนาน (Parallel Universe)


เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นักดาราศาสตร์ได้ค้นพบบริเวณที่ค่อนข้างว่างเปล่า ปราศจากดวงดาว หรือวัตถุอื่นๆ ( ภาษาดาราศาสตร์เรียกว่า void) ในจักรวาลห่างออกไปจากโลกเราประมาณพันล้านปีแสง void ดังกล่าวมีขนาดกว้างกว่า void ปกติที่พบมากจนยากที่จะิิอธิบายว่ามันคืออะไร นักฟิสิกส์จาก University of North Carolina at Chapel Hill จึงได้นำเสนอแนวคิดที่ว่า บริเวณดังกล่าวอาจจะคือเอกภพคู่ขนานของเรา

ทฤษฎีเอกภพคู่ขนานกล่าวไว้ว่า จักรวาลของเราประกอบไปด้วยหลายเอกภพ (และเอกภพของเราก็เป็นเพียงหนึ่งในนั้น) นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีปลีกย่อยอีกมากมายที่กล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเอกภพของเรากับเอกภพคู่ขนาน (รายละเอียดอ่านได้จากบทความจาก วิชาการดอทคอม คลิกที่นี่)

สิ่งที่นักดาราศาสตร์ค้นพบนี้จะเป็นหลักฐานที่สนับสนุนแนวคิดดังกล่าวหรือไม่ยังต้องรอหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา www.paternitytestinglabs.com
ลิงค์บทความเกี่ยวกับ เอกภพคู่ขนาน จากวิชาการดอทคอม คลิกที่นี่ี่

Sunday, November 25, 2007

ภาพจากแลป: กาแลกซี่กินกาแลกซี่

ภาพจำลองการชนกันของกาแลกซี่แอนโดรเมดา และกาแลกซี่ทางช้างเผือกของเรา เหตุการณ์นี้ถูกทำนายว่าจะเกิดขึ้นในอีก 3 พันล้านปีข้างหน้า
ภาพจาก MSNBC

Friday, November 16, 2007

ทฤษฎีสตริงในเวลาสองนาที

การประกวด วีดีโออธิบาย ทฤษฎีสตริงในเวลาสองนาที ซึ่งตัดสินโดย ไบรอัน กรีน นักทฤษฎีสตริงชื่อดังจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย นิวยอร์ก โดยวีดีโอที่ชนะเลิศคือ Sting Ducky