Showing posts with label เทคโนโลยี. Show all posts
Showing posts with label เทคโนโลยี. Show all posts

Friday, May 30, 2008

ดูดซับน้ำมันจากทะเลด้วย Nanosponges


งานวิจัยที่เพิ่งตีพิืมพ์ในวารสาร Nature แสดงความสามารถของ ฟองน้ำ ที่เกิดจากการสานกันของเส้นใยระดับนาโน (nanowire) ที่ประกอบขึ้นจาก manganese oxide แสดงความสามารถในการดูดซับน้ำมันได้มากถึง 10 เท่าของน้ำหนักฟองน้ำ และมีพื้นผิวที่ป้องกันการดูดซับของน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ทำให้ฟองน้ำนาโนนี้มีแนวโน้มที่จะถูกใช้ในการกำจัดน้ำมันที่ปนเปื้อนอยู่ในทะเลได้ ถึงแม้ว่าตอนนี้ผลดังกล่าวจะถูกแสดงในแลปเท่านั้น แต่ทีมนักวิจัยคาดว่า จะสามารถนำมาใช้ได้จริงในอีกไม่นานนี้

ข่าวและภาพจาก Nature

Thursday, May 15, 2008

Post-it อัจฉริยะ

ทุกคนคงจะคุ้นเคยกับ Sticky note หรือ Post-it กระดาษโน้ตทากาว ที่ถูกใช้ประจำในออฟฟิศและบ้าน เพื่อเขียนข้อความเตือนความจำ แล้วนำไปแปะตามที่ต่างๆ

ทีมงานจาก มหาวิทยาลัย MIT ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนา้ Quickies ซึ่งเป็น Sticky note อัจฉริยะ โดยนำเทคโนโลยีต่างๆ ใส่เข้าไป เช่น นำแผ่นรองเขียนที่สามารถเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ (ซึ่งมีใช้กันอยู่แล้ว) มาทำให้ข้อความที่เราเขียนบน Quickies ถูกส่งเข้าไปเก็บในคอมพิวเตอร์ของเรา และทีมงานได้พัฒนาซอฟแวร์ที่ใช้ระบบของ AI เพื่อใช้ในการจัดการข้อมูลจาก Quickies โดยข้อมูลจาก Quickies จะถูกแบ่งออกเป็นหวมดหมู่ต่างๆ ตามเนื้อหาที่เราเขียน เช่น หมวดงานที่ต้องทำ ซอฟแวร์จะรวบรวม งานที่ต้องทำทั้งหมดจาก Quickies แต่ละแผ่น และสามารถส่งเข้าไปยังมือถือได้ นอกจากนี้ Quickies แต่ละแผ่นจะมีตัวรับสัญญาณ RFID ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถบอกตำแหน่งของแผ่น Quickies ได้ ทำให้เราสามารถหาวัตถุที่เราแปะแผ่น Quickies ไว้ ได้อย่างง่ายดาย

ดูวีดีโอสาธิตการใช้งาน Quickies


ที่มา TFTO

Friday, April 25, 2008

Semapedia เชื่อมวิกิพีเดียกับวัตถุรอบตัวเรา

โครงการ Semapedia เป็นโครงการไอเดียสุดเก๋ ที่ต้องการจะเชื่อมโยงบทความจากสารานุกรมออนไลน์อย่าง วิกิพีเดีย เข้ากับสถานที่ หรือวัตถุจริงที่อยู่รอบตัวเรา

ไอเดียของโครงการดังกล่าวคือการนำ บาร์โค้ดสองมิติที่เรียกว่า QR Code (ดูรูปด้านบน) ไปแปะตามสถานที่หรือวัตถุต่างๆ QR Code นั้นสามารถเก็บข้อมูลที่ถูกอ่านด้วยโปรแกรมที่หาดาวโหลดได้ฟรี
หากเรามีมือถือที่
1. มีกล้อง
2. มีโปรแกรมอ่านบาร์โค้ดดังกล่าว
3. และมือถือสามารถเชื่อมต่อเข้าอินเตอร์เนตได้
เราก็เพียงเอามือถือของเราไปถ่ายรูปบาร์โค้ดที่ติดอยู่ตามสถานที่หรือวัตถุต่างๆ แล้วบราวเซอร์ในมือถือของเราก็จะเปิดหน้า วิกิพีเดีย ที่เป็นข้อมูลของวัตถุหรือสถานที่นั้นๆ ใ้ห้เราอ่านทันที


รูปจาก random-good-stuff
ที่มา Semipedia

Sunday, March 16, 2008

Claytronic

ลองจินตนาการถึงดินน้ำมัน ของเล่นของเด็กๆ ที่สามารถปั้นเป็นรูปร่างอะไรก็ได้ตามแต่ใจนึก แต่คราวนี้ มันสามารถก่อรูปร่างได้เอง โดยคำสั่งที่ส่งมาจากคอมพิวเตอร์ และยังสามารถเปลี่ยนสีตามแต่ใจปราราถนา

นักออกแบบผลิตภัณฑ์ สถาปนิก และวิศวะกร สามารถสร้างต้นแบบ (Prototype) ของชิ้นงาน โดยไม่ต้องมานั่ง เหลาไม้ ตัดกระดาษ หรือกึงเหล็กให้เสียเวลา เพียงแค่กดคำสั่งจากคอมพิวเตอร์ เท่านั้น หรือจะใช้มือเราไปช่วยปรับรายละเอียดทีหลังก็ยังได้

นึกถึงการประชุมข้ามประเทศ โดยที่ไม่ใช่แค่ ได้ยินเสียง และเห็นหน้า แต่สามารถเห็นคนเป็นรูปร่าง สามมิติที่สัมผัสได้

คุณสมบัติเหล่านี้ เป็นความสามารถของ ดิน ที่ถูกเรียกว่า Claytronics (อ่านว่า เครย-โทร-นิกส์) ซึ่งถ้าจะให้แปลเป็นภาษาไทยอย่างตรงๆ ก็คงแปลว่า “ดินน้ำมันไฟฟ้า” หรือ “ดินอิเล็กทรอนิกค์”

ปัจจุบัน Claytronics ยังเป็นแค่ความคิดเท่านั้นครับ แต่มหาวิทยาลัย คาร์นิกี เมลลอน (Carnegie Mellon University) ได้ร่วมมือกับ Intel เพื่อทำวิจัยและพัฒนา Claytronics ซึ่งถูกเรียกว่า “Claytronics Project”

Claytronics Project มีเป้าหมายเพื่อที่จะทำให้ข้อมูลดิจิตอล ปรากฏรูปร่างมาในโลกแห่งสามมิติ (3-D) ซึ่งต้องพัฒนาเทคโนโลยีสาขาต่างๆเข้าด้วยกันตั้งแต่ modular robotics, systems nanotechnology และ computer science

ก็คงต้องติดตามกันต่อไปครับว่าโครงการนี้จะสามารถทำฝันให้เป็นจริงได้เมื่อไหร่


วีดิโอแสดงตัวอย่างการทำงานของ Claytronics ในอนาคต ซึ่งถูกสร้างสรรค์โดย นักศึกษาจากมหาวิทยาลัย คาร์นิกี เมลลอน

อ้างอิงจาก
http://www.cs.cmu.edu/~claytronics/index.html

Biodegradable mobile phone

Biodegradable mobile phone หรือ โทรศัพท์มือถือที่สามารถถูกย่อยสลายได้ในกระบวนการย่อยสลายตามธรรมชาติ

ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวัสดุ(Materials expert) จากมหาวิทยาลัย วอร์ริก (Warwick University) ได้ ประดิษฐ์ กรอบของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งสามารถถูกย่อยสลายได้ในหนึ่งสัปดาห์ และกลายเป็นดอกไม้ภายหลัง

นักวิจัยได้ออกแบบให้ เมล็ดพันธุ์พืชถูกบรรจุไว้ในช่องโปร่งแสงบนกรอบมือถือ โดยที่ให้นักพฤกษศาสตร์ทางด้านพืชสวน (Horticulturist) ได้ทดสอบหาพันธุ์พืชที่เหมาะสมที่สุด [ในการเจริญหลังจากมือถือย่อยสลายแล้ว – by Drakong]


ต้นแบบ (Prototype) ของโทรศัพท์มือถือนี้ พบว่า ดอกทานตะวันแคระ (Dwarf sunflower) เป็นพันธุ์พืชที่เหมาะสม

ผลิตภัณฑ์นี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง บริษัทเทคโนโลยีทางด้านวัสดุ - PVAXX Research & Development Ltd of Cheltenham – กับ บริษัทเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสาร - Motorola


ที่มา BBC

Tuesday, February 12, 2008

วิจัยเซลล์สมองบนแผ่นชิพ (Chip)


Lab-on-a-chip คือ แผ่นชิพขนาดเล็ก ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้ในงานวิจัยที่ทำการทดลองบนแผ่นชิพ จุดเด่นจุดหนึ่งของแผ่นชิพดังกล่าว คือการที่นักวิจัยสามารถควบคุมทิศทางและปริมาณของของเหลวปริมาณน้อยๆ ที่นักวิจัยสนใจศึกษา ให้ไหลไปบนแผ่นชิพได้

นักวิจัยจาก Johns Hopkins Whiting School of Engineering และ the Institute for NanoBioTechnology ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ออกแบบแผ่นชิพเพื่อทำการศึกษาการตอบสนองของเซลล์สมองต่อฮอร์โมนหรือสารเคมีต่างๆ
โดยเซลล์สมองหนึ่งเซลล์จะถูกเลี้ยงบนแผ่นชิพดังกล่าว หลังจากกนั้นนักวิจัยก็จะควบคุมให้สารที่ต้องการจะศึกษาไหลเข้าไปยังเซลล์สมอง เพื่อศึกษาว่า เซลล์สมองมีการตอบสนองอย่างไรบ้าง
ในเบื้องต้นทีมวิจัยพบว่า หากบังคับให้สารกระตุ้นการเจริญเติบโตหรือ Growth signal ไหลอยู่รอบเซลล์ เซลล์สมองจะเจริญเติบโตไปยังด้านที่มีความเข้มข้นสูงสุด แต่หากความเข้มข้นของสารมีค่าเท่ากันทุกด้าน เซลล์สมองจะเจริญเติบโตไปในทิศทางอย่างสุ่ม

ทีมนักวิจัยยังมีแผนการที่จะทดสอบสารอีกหลายชนิด รวมถึงการผสมสารหลายชนิดเข้าด้วยกัน เพื่อจำลองสภาพแวดล้อมจริงของเซลล์สมอง เพื่อศึกษาพฤติกรรมอื่นๆของเซลล์สมองต่อไป

ที่มา PhysOrg.com
ภาพจาก Wikipedia

Wednesday, February 6, 2008

เขย่าไวรัสให้ตาย

งานวิจัยเมื่อไม่นานนี้แสดงให้เห็นว่า เลเซอร์ที่คลื่นความถี่ที่จำเพาะสามารถฆ่าไวรัสบางชนิดได้ วัตถุทุกชนิดจะมีค่าความถี่จำเพาะช่วงหนึ่งที่ทำให้เกิดการสั่นของวัตถุที่แอมพลิจูดสูงสุด ความถี่ที่อยู่ในช่วงที่เหมาะสมสามารถทำให้วัตถุเกิดการสั่นอย่างรุนแรงและสร้างความเสียหายได้ ไวรัสก็เปรียบเสมือนก้อนวัตถุก้อนหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วยโมเลกุลที่เรียงตัวกันเป็นเปลือกห่อหุ้มสารพันธุกรรมไว้ ทีมนักวิจัยจาก Arizona State University ได้ทดลองสร้างโมเดลเพื่อศึกษาการสั่นของอะตอมทุกอะตอมของไวรัสที่ชื่อว่า satellite tobacco necrosis virus เพื่อศึกษาหาค่าความถื่ที่จะสามารถสร้างผลเสียหายสูงสุดให้กับไวรัส ในขั้นต้น ทีมนักวิจัยหวังว่าจะสามารถใช้เลเซอร์ที่ความถี่ดังกล่าวยิงไปที่ไวรัสเพื่อเขย่าให้เกิดความเสียหาย อย่างไรก็ตามเลเซอร์นั้นไม่สามารถยิงผ่านทะลุชั้นผิวหนังเข้าไปฆ่าไวรัสที่อยู่ภายในร่างกายได้ ในขั้นถัดไป ทีมวิจัยจึงจะพยายามศึกษาความเป็นไปได้ที่จะใช้คลื่นอุลตร้าไวโอเลตแทน ข้อดีของการใช้คลื่นความถี่เพื่อฆ่าไวรัสก็คือ ไวรัสจะไม่เกิดการกลายพันธุ์และดื้อยาแบบที่เกิดขึ้นกับการใช้ยาฆ่าไวรัส

ที่มา/ภาพ LiveScience

Sunday, February 3, 2008

Nano-Bio Battery

ในปัจจุบันยังไม่มีคำตอบของคำถามว่า จะสร้าง นาโนแบตเตอรี่ (Nanobattery) ที่ดีได้อย่างไร ปัญหาหลักของการสร้างนาโนแบตเตอรี่คือ การจัดเรียงแบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กมากเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม นาซ่า (NASA) ได้กล่าวถึงการใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติในการนำพาประจุบวกและลบของโปรตีนที่ถูกเรียกว่า เฟอร์ริติน (Ferritin)



Ferritin สามารถจัดเรียงตัวของมันเอง (Self-assemble) ไปเป็นแผ่นชั้นระดับนาโน (Nanolayer) ได้อย่างง่ายดาย ดังนั้น ถ้าสร้างชั้นของ ferritin ขึ้นมาก่อนชั้นหนึ่ง หลังจากนั้นสร้างอีกชั้นหนึ่งที่มีประจุตรงข้ามกับชั้นแรก ทับลงไปบนชั้นแรก ผลก็คือแผ่น ferritin ที่มีความหนาเพียงไม่กี่นาโนเมตรซึ่งสามารถเก็บประจุไฟฟ้าได้ หรือก็คือ แบตเตอรี่นั่นเอง

ยิ่งไปกว่านั้น การเพิ่มจำนานชั้นของ ferritin จะยิ่งเพิ่มความสารถในการเก็บประจุมากขึ้นด้วย นาซ่ายังอ้างอีกด้วยว่าการสร้างนาโนแบตเตอรี่ชนิดนี้ไม่เพียงแต่คงทนและมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่สามารถผลิตได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายอีกด้วย

[หมายเหตุ by Drakong: นาโนแบตเตอรี่ คือแบตเตอรี่ที่สร้างโดยใช้เทคโนโลยีด้านนาโนเทค หลักการก็คือการสร้างเซลล์แบตเตอรี่ที่มีขนาดเล็กมากๆ ระดับนาโน(หนึ่งส่วนพันล้านเมตร)
ขอยกตัวอย่างสมมุติง่ายๆเช่น แบตเตอร์รี่ทั่วไปมีเซลล์แบตเตอร์รี่อยู่ 100 เซลล์ แต่ถ้าเป็นนาโนแบตเตอรี่อาจจะมีเซลล์แบตเตอรี่อยู่ถึง 1ล้านเซลล์ ซึ่งหมายความว่ามันสามารถจุไฟได้มากกว่าถึงหมื่นเท่า ]

ที่มา NewSciencist

Friday, February 1, 2008

พลังงานจากแบคทีเรีย???

Thomas Wood นักวิทยาศาสตร์จาก Texas A&M University สหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาสายพันธุ์ของแบคทีเรีย E. coli ที่สามารถผลิต ไฮโดรเจน มากกว่าสายพันธุ์ปกติถึง 140 เท่า เป็นความหวังใหม่สำหรับการผลิตพลังงานด้วยเทคโนโลยี Fuel-cell ที่ใช้ไฮโดรเจนเป็นองค์ประกอบหลัก การผลิตไฮโดรเจนในปัจจุบันใช้วิธีการแยกไฮโดรเจนออกมาจากน้ำเป็นหลักซึ่งมีต้นทุนสูงมาก อีกหน่อยเราอาจจะต้องพึ่งพาพลังงานที่ได้มาจากแบคทีเรียแทน

ที่มา EurekAlert

Monday, January 14, 2008

ไอเดียสุดเก๋ "เชคแฮนด์" แทนแลกนามบัตร

ไอเดียสุดเก๋ที่ชนะการประกวด Red dot award: design concept 2007 Designers เป็นผลงานของ Hideaki Matsui, Dong Ho Yun และ Jea Wan Park กับแนวคิด "การแลกเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวด้วยการจับมือ" โดยให้ใส่แหวนที่สามารถเก็บข้อมูลส่วนตัว เช่น รูป ชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร หรืออีเมลล์ เมื่อคนสองคนที่ใส่แหวนดังกล่าวทักทายกันด้วยการจับมือ หรือ เชคแฮนด์ ข้อมูลส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายก็จะแลกเปลี่ยนกันเมื่อแหวนสัมผัสกัน ซึ่งเราสามารถที่จะดึงข้อมูลของคนที่เราพบออกมาจากแหวนเพื่อดูในภายหลังได้ ไม่ต้องเสียเวลาหยิบนามบัตรมาแลกกัน ทีนี้ไปร่วมงานสังคมที่ต้องพบคนใหม่ๆมากมาย ก็ไล่จับมือไปทีละคนได้เลย ของคนไทยเป็นยกมือไหว้กันจะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันยังไงดี ใครช่วยออกแบบหน่อย

ที่มา Red dot

Friday, January 11, 2008

สองหัวย่อมดีกว่าหัวเดียว Wikia Search Engine เชื่อในปัญญาร่วม

หากเรานำหมูหนึ่งก้อนเดินตระเวณไปทั่วตลาด แล้วให้พ่อค้าแม่ค้าหมูเดาว่า หมูก้อนดังกล่าวหนักเท่าไหร่ ค่าเฉลี่ยของน้ำหนักที่ได้จากคำตอบของพ่อค้าแม่ค้าทุกคน มักจะแม่นยำและใกล้เคียงกับน้ำหนักจริงของเนื้อหมูมากกว่าคำตอบของพ่อค้าหรือแม่ค้าคนใดคนหนึ่ง ทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก คำตอบของคนที่เดาน้ำหนักมากเกินไปจะถูกถัวเฉลี่ยไปด้วยคำตอบของคนที่เดาน้ำหนักต่ำเกินไป ความรู้ที่ได้มาในลักษณะนี้เรียกว่า "ปัญญาร่วม" (Crowd wisdom หรือ Collective Wisdom)

ด้วยความเชื่อในปัญญาร่วม Jimmy Wales ผู้ก่อตั้งสารานุกรมออนไลน์ Wikipedia จึงได้ใช้หลักการดังกล่าว จนเวปสารานุกรมออนไลน์แห่งนี้กลายเป็นที่นิยมสูง ด้วยการให้ผู้ใช้งานสามารถช่วยกันเขียนและแก้ไขบทความต่างๆ จนได้บทความที่เกิดจากปัญญาร่วมนั่นเอง

ล่าสุด Jimmy Wales ยังได้เปิดตัวเวปค้นหา หรือ Search Engine ตัวใหม่ที่ใช้แนวคิดเดิม โดยให้ผู้ใช้ Search Engine ช่วยกันแก้ผลการค้นหากันเอง โดยแรกเริ่มจะให้ผู้ใช้ให้ความเห็นกับเวปต่างๆ ที่แสดงขึ้นมาจากผลค้นหา ซึ่งความเห็นต่างๆ ก็จะถูกนำไปใช้จัดลำดับผลการค้นหาในภายหลัง
ขณะนี้เวป Wikia Search Engine ยังเป็นเพียงเวอชั่นแอลฟาเท่านั้น

ลิงค์ Wikia Search Engine

Wednesday, January 9, 2008

ชุดทรงพลัง

นักวิจัยจาก Tokyo University of Agriculture and Technology ประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาชุดเสริมแรงสำหรับเกษตรกรขึ้นมา เพื่อช่วยให้เกษตรออกกำลังได้อย่างสบายยิ่งขึ้น โดยเจ้าชุดดังกล่าวจะตรวจจับการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อของผู้ใช้ และสั่งการให้มอเตอร์ที่ติดอยู่ตามจุดต่างๆ (เช่น แขน ไหล่ เข่า) ทำงานเพื่อช่วยผ่อนกำลังของผู้ใช้ โดยนักวิจัยได้ทดลองใช้ชุดดังกล่าวยกน้ำหนัก 20 กิโลกรัมได้อย่างสบายๆ แถมชุดดังกล่า่่วยังช่วยลดอาการเมื่อยล้าจากการออกแรงนานๆได้เป็นอย่างดี

ที่มา Pink Tentacle

Friday, December 21, 2007

ฆ่ามะเร็งด้วยคลื่นความถี่วิทยุจากท่อนาโน

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทกซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้พัฒนาท่อนาโนที่มีขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งสามารถใช้เป็นตัวเหนี่ยวนำคลื่นความถี่วิทยุเพื่อสร้างความร้้อนและฆ่าเซลล์ในบริเวณรอบข้าง การปราบมะเร็งด้วยคลื่นความถี่วิทยุนั้นถูกใช้รักษาผู้ป่วยโรคมะเร็งมานานแล้ว แต่ใช้เข็มเป็นตัวเหนี่ยวนำคลื่นวิทยุ จึงมักมีปัญหาเรื่องรัศมีการทำลายกระจายวงกว้างและฆ่าเซลล์ดีด้วย การใช้ท่อนาโนเป็นตัวเหนี่ยวนำแทน ทำให้นักวิจัยสามารถฉีดท่อขนาดเล็กนี้ไปยังบริเวณเซลล์มะเร็งและกำจัดเซลล์มะเร็งได้
โดยส่งผลกระทบเซลล์รอบข้างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ล่าสุดทีมนักวิจัยประสบความสำเร็จในการใช้ท่อนาโนดังกล่าวกำจัดมะเร็งในตับของกระต่าย ในขั้นต่อไปทีมวิจัยพยายามที่จำกัดรัศมีการทำลายให้แคบลงมาอีก และหาวิธีที่จะส่งเจ้าท่อนี้ไปยังบริเวณของเซลล์มะเร็งให้แม่นยำยิ่งขึ้น โดยคาดว่าอีกไม่นานเทคนิคนี้จะสามารถนำมาใช้รักษาในคนได้จริง

ที่มา The Future of Things

Tuesday, December 18, 2007

ความหวังในการสร้างเส้นเลือดใหม่จากเซลล์

ทีมนักวิจัยจาก Massachusetts Institute of Technology (MIT) ประเทศสหรัฐอเมริกา ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงเซลล์ให้เรียงตัวเป็นโครงสร้างคล้ายหลอดเลือด โดยเริ่มจากการสร้างพื้นผิวที่มีลักษณะเป็นท่อยาวขนาดเล็กระดับนาโนเมตร แล้วจึงเพาะเลี้ยงเซลล์บนพื้นผิวดังกล่าว ก่อนจะเหนี่ยวนำให้เซลล์เรียงตัวในสามมิติในลักษณะของเลือดหลอด

ในขั้นต่อไปทีมนักวิจัยพยายามที่จะเพาะเลี้ยงหลอดเลือดดังกล่าวเข้าไปในเนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตและดูว่าจะ
สามารถทำงานได้ปกติหรือไม่ หากสำเร็จ ก็จะเป็นอีกขั้นที่นำไปสู่การสร้างหลอดเลือดขึ้นมาใหม่เพื่อรักษาโรคต่างๆ เช่นโรคไต โรคตับหรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ

ที่มา Phyorg.com

Monday, December 17, 2007

โตโยต้ามาแหวกแนว เริ่มโครงการศึกษาสมอง

บริษัทรถยนต์ชื่อดัง โตโยต้า ได้ออกมาแถลงการณ์ว่าจะร่วมกับ Institute of Physical and Chemical Research (RIKEN) ประเทศญี่ปุ่น เพื่อตั้งทีมวิจัยศึกษาการทำงานของสมอง โดยส่วนหนึ่งในโครงการที่วางแผนไว้ 20 ปีนี้ จะเป็นการศึกษาการควบคุมยานพาหนะ หรือหุ่นยนต์ด้วยสมองของมนุษย์!!!

โตโยต้าได้มองว่าการควบคุมการทำงานของรถยนต์ด้วยจิตที่พวกเขากำลังจะพัฒนาขึ้นนี้จะสามารถลดอุบัติเหต
ุทางรถยนต์ลงได้ (บนความเชื่อที่ว่าการตอบสนองทางจิตรวดเร็วและแม่นยำกว่าการตอบสนองทางร่างกาย
แต่อย่าเมาแล้วขับนะครับ) และจะเป็นต้นแบบของรถยนต์ในอนาคต นอกจากนี้โตโยต้ายังคาดการณ์ว่าธุรกิจหุ่นยนต์จะเป็นธุรกิจหลักอีกอันของบริษัทในอนาคตอีกด้วย


ที่มา Pink Tentacle

Sunday, December 16, 2007

เก้าอี้อัจฉริยะ





โครงงาน Take_a_seat เป็นโปรเจคจาก Design Academy Eindhoven แสดงถึงคอนเซปการใช้งานของเก้าอี้ในห้องสมุด ที่จะติดตามเราไปทุกที่ และพร้อมให้เรานั่งทันทีเมื่อเราต้องการ

Monday, December 10, 2007

หยุดรถด้วยรังสีไมโครเวฟ

Eureka Aerospace บริษัทวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ได้พัฒนาระบบที่ใช้คลื่นไมโครเวฟยิงตรงไปที่รถยนต์เพื่อหยุดการทำงานของเครื่องยนต์ในทันที โดยรุ่นต้นแบบสามารถจำกัดไปที่รถเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป 50 ฟุต ระบบดังกล่าวคาดว่าจะถูกพัฒนาขึ้นมาให้ตำรวจใช้ในการหยุดรถของคนร้าย หรือ คนเมาที่พยายามขับรถหนีตำรวจ ต่อไปการขับรถไล่กันแบบที่เห็นกันบ่อยๆในหนังฮอลลีวู้ดจะได้หมดไปเสียที

ที่มี Technabob

Monday, December 3, 2007

ตรวจจับมะเร็ง โดยเครื่องมือที่สร้างโดย Nanotechnology

นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า เซลล์มะเร็งมีความอ่อนนุ่มมากกว่าเซลล์ปกติของมนุษย์ ซึ่งการค้นพบนี้ส่งผลให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคมะเร็งได้ง่ายขึ้น

โดยที่นักวิจัยได้ใช้ เครื่องมือที่สร้างโดยนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology deviced) เรียกว่า Atomic Force Microscope ช่วยในการตรวจหาเซลล์มะเร็ง เครื่องมือนี้จะมีปลายแหลมเล็กติดกับสปริง ซึ่งปลายแหลมนี้จะไปกดกับเซลล์ เพื่อวัดความอ่อน หรือแข็งของเซลล์

นักวิทยาศาสตร์อ้างว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยในการตรวจหามะเร็งที่ตรวจจับได้ยาก เช่น มะเร็งในตับอ่อน หรือ มะเร็งในปอด ซึ่งจะส่งผลให้รักษามะเร็งได้ทันท่วงที ก่อนที่มะเร็งจะลุกลาม


ที่มา http://www.reuters.com/

Thursday, November 22, 2007

ควบคุมจอคอมพิวเตอร์ด้วยนิ้วมือแบบภาพยนต์เรื่อง Minority Report

หากยังจำกันได้กับหนังเรื่อง Minority Report ที่ฉายไปเมื่อประมาณ 5 ปี ก่อน ที่ทอม ครูซ พระเอกของเรื่อง ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัย ควบคุมคอมพิวเตอร์ด้วยนิ้วมือ ในการสืบสวนหาคนร้าย

ล่าสุดนักศึกษาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้นำจอยสติกของเครื่องเล่นเกมสุดฮิต Wii มาดัดแปลง และแสดงการควบคุมหน้าจอทีวีอย่างง่ายด้วยนิ้วมือ




การควบคุมจอคอมพิวเตอร์ด้วยนิ้วมือ จากหนังเรื่อง Minority Report